การกู้ยืมเงิน
ปัญหาของคนไทยยิ่งช่วงนี้เปิดเทอมใหม่ยิ่งจำเป็น เมื่อเดือดร้อนจึงจำเป็นต้องหยิบยืม เพื่อความสบายใจของทั้งผู้ให้ยืมและผู้ยืมทำเป็นหนังสือสัญญาเงินกู้ดีกว่าไหมสบายใจดี
ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 653 วรรคหนึ่ง การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้
ดังนั้นเวลาทำการกู้ยืมกันก็ทำเป็นหนังสือเสียดีกว่ากันไว้ดีกว่าแก้
ส่วนหน้าตาหนังสือกู้ยืมเป็นยังไงคุณเขียนกันเองก็ได้โดยต้องระบุว่า ใครยืม ใครให้ยืม เท่าไหร่ ได้รับเงินหรือยัง เวลาชาระคืนเมื่อไหร่ ถ้าผิดสัญญาผลเป็นอย่างไร วันเวลาสถานที่ทำสัญญาที่ไหน แล้วก็ลงชื่อ ผู้ให้กู้ ผู้กู้และพยานอย่างน้อยสองคน ทำอย่างน้อยสองฉบับเก็บไว้คนละชุดน่ะค่ะ
เวลาที่คุณทำสัญญากันไม่จำต้องทำขณะยืม มาเขียนกันทีหลังก็ได้น่ะค่ะ
ปัญหาที่เจอกันบ่อยในการกู้ยืม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เซ็นชื่อไว้ในกระดาษเปล่า แล้วผู้ให้กู้ไปกรอกเอง
• กรอกถูกต้องตามความเป็นจริง ผล สัญญาสมบูรณ์
• กรอกไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ผล สัญญากู้ใช้ไม่ได้ ทำสัญญากู้กันไว้แต่ไม่ได้กรอกจำนวนเงิน
• ผู้กู้กรอกจำนวนเงินตามจำวนที่กู้จริง ผล สัญญากู้ใช้บังคับได้
• ผู้ให้กู้กรอกจำนวนเงินสูงกว่าที่กู้จริง ผล สัญญากู้นั้นถือว่าเป็นสัญญากู้ปลอม ทำสัญญากู้แล้วแก้ไขจำนวนเงินให้สูงขึ้น
• แก้ไขให้สูงขึ้นโดยผู้กู้ไม่ยินยอม ผล บังคับได้ตามที่กู้กันจริง เมื่อมีการกู้เพิ่มครั้งใหม่แต่ไม่ทำสัญญาใหม่กลับแก้ไขจำนวนเงินในสัญญากู้เดิม
• ผู้กู้ลงลายมือชื่อกำกับ ผล จึงจะบังคับตามจำนวนที่แก้ไขใหม่ได้
• ผู้กู้ไม่ลงลายมือชื่อกำกับ ผล ผู้กู้รับผิดแต่เฉพาะการกู้ครั้งแรกเท่านั้น
จะทำสัญญาอะไรก็ตามดูรายละเอียดให้ดีก่อนเซ็นชื่อนะค่ะ
- 482 reads