การประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาล

การตำหนิและภาคทัณฑ์ด้วยวาจาดังกล่าวเป็นเพียงการเตือนเพื่อป้องปรามมิให้เกิดเหตุทำนองนี้ขึ้นอีก และความประมาทเลินเล่อของโจทก์ก็เพียงแต่ทำให้รายการ ฟ. ของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ครั้งนั้นเป็นไปโดยฉุกละหุกบ้างเท่านั้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่าผลการกระทำของโจทก์อาจจะถูกสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง นำไปพิจารณาเป็นเหตุที่จะไม่บรรจุรายการ ฟ. ไว้ในผังรายการต่อไปนั้น เห็นว่าเป็นเพียงการคาดคะเนของจำเลยเท่านั้น เพราะรายการโทรทัศน์ของจำเลยรายการใดจะได้รับการพิจารณาบรรจุลงในผังรายการหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รูปแบบของรายการที่จำเลยเสนอไปว่าน่าสนใจหรือไม่  โดยจะต้องแข่งขันกับบริษัทอื่นที่ทำธุรกิจเดียวกัน อีกทั้งปรากฏว่าสถานีโทรทัศน์ช่องนั้น ยังคงให้รายการ ฟ. ของจำเลยออกอากาศได้ตามผังรายการตลอดมา ดังนี้ความเสียหายที่จำเลยได้รับจากความประมาทเลินเล่อของโจทก์ดังวินิจฉัย แม้จะนับว่ามีอยู่บ้างในแง่ของผู้ประกอบธุรกิจเช่นจำเลย แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรง

***หมายเหตุย่อมาจากคำพิพากษาฎีกาที่3251/2547 จากบริษัท มิราเคิล คอนซัลแทนท์ จำกัด

 

มีบทความคำพิพากษาน่าสนใจอีกมากมีพระราชบัญญัติหน้าสนใจอีกมากมายที่ article คลิกดูเลยครับ

_uacct = "UA-1789130-1"; urchinTracker();

ที่ปรึกษา

ที่ปรึกษา กม.พม. เผยกฎหมาย “อุ้มบุญ“ ผ่าน ครม.แล้ว รอให้สภาฯ พิจารณาเพื่อประกาศใช้

        ที่ปรึกษากฎหมาย กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เผยร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือเด็กอุ้มบุญ ผ่านคณะรัฐมนตรีแล้ว หากประกาศใช้จะคุ้มครองคู่ที่ต้องการมีบุตร ในการได้สิทธิเป็นผู้ปกครอง จากปัจจุบันมีปัญหาผู้อุ้มบุญเกิดความรักเด็กไม่ยอมมอบให้ผู้ที่มาขอให้อุ้มบุญ และควบคุมมิให้แพทย์กระทำเชิงพาณิชย์ โดยกำหนดคุณสมบัตรผู้อุ้มบุญในกฎหมาย เป็นต้น   นายประหยัด ดีอ่อง ที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

      กล่าวว่า วันนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือ "เด็กอุ้มบุญ" หลังจากกฤษฎีกาได้ปรับถ้อยคำใน ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวใหม่ให้ชัดเจน จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือ การรอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยถือว่าวันนี้เป็นการผ่านความเห็นชอบของฝ่ายบริหารแล้ว ขั้นตอนต่อไป ประเทศไทยจะมีกฎหมายดังกล่าวใช้ หากผ่านตามขั้นตอนขบวนการตามกฎหมาย คือ หลังจากเสนอไปยังสภาฯ แล้ว ต้องตั้งกรรมาธิการมาพิจารณาผ่านวุฒิสภาต่อไป จนประกาศใช้

       ที่ปรึกษากฎหมาย พม. กล่าวต่อว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อคุ้มครองการมีสิทธิในบุตรที่เกิดจากการอุ้มบุญของสามีภรรยา ที่ต้องการมีบุตร โดยอาศัยการอุ้มบุญ เพื่อควบคุมมิให้เกิดการทำเชิงพาณิชย์ สำหรับแพทย์ และเพื่อควบคุมการกระทำเชิงวิทยาศาสตร์ เช่น วิจัยโคลนนิ่ง เป็นต้น โดยในระหว่างที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายดังกล่าวนั้น เคยเกิดปัญหาผู้ที่อุ้มบุญเกิดความรักในตัวเด็กทารกที่อุ้มท้องมา จนไม่ต้องการมอบให้กับผู้ที่มาขอให้ทำการอุ้มบุญให้ เป็นต้น โดยสำนักส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) เป็นหน่วยงานที่เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จนวันนี้ได้ผ่านร่างฯ แล้ว

                                                                                                                                                                                                สรุปเนื้อหาข่าวโดย MCOT