ข่าวดี เชิญเข้าร่วมสัมมนากฎหมายแรงงาน ในหัวเรื่องการใช้กฎหมายแรงงานเพื่อการบริหารงานบุคคล

ในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2556 โดยได้รับเกียรติจาก

ท่านพงศธร นิ่มมานพ ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง, ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มาบรรยายให้ความรู้

หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนหอพักและคุณสมบัติผู้ที่จะเป็นเจ้าของหอพักและผู้จัดการหอพัก

                 ปัจจุบันมีอพาร์ตเมนท์ แมนชั่น ห้องเช่า เกสเฮ้าส์ หรือ สถานที่อื่นๆที่เข้าข่ายหอพัก ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2507 แต่ไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งหลายปีที่ผ่านๆมาก็ได้รับการผ่อนผันเรื่อยๆมา  จนเมื่อไม่กี่ปีนี้  สังคมเริ่มระวังเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เรื่องยาเสพติด สถานที่มั่วสุมของวัยรุ่น และเรื่องต่างๆ 

               จึงได้มีการนำพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2507 มาปัดฝุ่นใช้บังคับอย่างเข้มงวดกันยกใหญ่ ทำให้ผู้ประกอบกิจการห้องเช่าทั้งหลายต้องรีบไปจดทะเบียนภายในเวลาที่รัฐฯประกาศ   

           ปัจจุบันรัฐฯเริ่มเข้าตรวจค้นเจ้าของกิจการทั้งหลายที่กระทำผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2507 ที่เป็นข่าวดังเมื่อปี 2550 คือ ไปจับเจ้าของกิจการห้องเช่ารายใหญ่ย่านรามคำแหง2  ที่เข้าข่ายหอพักตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2507 แต่ให้นักศึกษาชายหญิงอยู่รวมกันได้  ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2507 มาตรา 30 มีโทษทั้งจำคุกและปรับ

               ดังนั้นผู้ประกิบกิจการห้องเช่า หรือ ผู้ที่กำลังคิดที่จะทำห้องให้เช่า จำเป็นต้องมีความรู้กฎหมายฉบับนี้ด้วย

                ความหมายของคำว่า " หอพัก " ตามพระราชบัญญัตินี้ คือ สถานที่ที่จัดขึ้นเพื่อรับผู้พัก และ "ผู้พัก " ตามพระราชบัญญัตินี้หมายถึง ผู้ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา(ไม่สูงกว่าปริญญาตรี)และเข้าอยู่ในหอพักโดยให้ทรัพย์สินตอบแทน

              ดังนั้นกิจการที่ต้องขึ้นทะเบียนหอพัก คือ

              1.  เป็นสถานที่ที่จัดขึ้นเพื่อรับผู้พัก

              2.  ผู้พักอยู่ระหว่างการศึกษาไม่สูงกว่าปริญญาตรี

              3.  ผู้พักเข้าพักโดยให้ทรัพย์สินตอบแทน เช่น เงินค่าเช่า

               ดังนั้นสถานประกอบกิจการรายใดเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องไปจดทะเบียนหอพักด้วย ซึ่งหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนพักมีดังต่อไปนี้

                            

                   หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนหอพัก

( พระราชบัญญัติหอพัก มาตรา 3 ประกอบกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกอบกิจการหอพัก พ.ศ.2549 ข้อ 3 )

            1.            ผู้พักมีอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ และยังไม่ได้สมรส

                    2.            อยู่ระหว่างการศึกษาในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรี

         3.            พักอาศัยอยู่ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

         4.            เข้าอยู่ในหอพักโดยให้ทรัพย์สินตอบแทน  เช่น  เงินค่าเช่า

         5.            ต้องแยกเป็นหอพักชายและหอพักหญิง

                   6.              หอพักอย่างน้อยต้องมีห้องนอน ห้องต้อนรับผู้เยี่ยมเยียน ห้องอาหาร ห้องน้ำและห้องส้วม ซึ่งมีสภาพถูกสุขลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2507 มาตรา 9) 

                       ห้องนอน ห้องต้อนรับผู้เยี่ยมเยียน ห้องอาหาร ห้องน้ำ และห้องส้วมของหอพัก ต้องมีระบบการจัดแสงสว่างและการระบายอากาศอย่างเพียงพอ และต้องมีสุขลักษณะ ดังต่อไปนี้ ( ตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกอบกิจการหอพัก พ.ศ.2549 )

                             () ห้องนอนต้องมีขนาดความจุอากาศไม่น้อยกว่าเก้าลูกบาศก์เมตรต่อผู้พักหนึ่งคน ผู้พักที่มีอายุต่ำกว่าสิบปีสองคนให้นับเป็นหนึ่งคน

                             () ห้องต้อนรับผู้เยี่ยมเยียนและห้องอาหารต้องมีพื้นที่ให้เพียงพอกับจำนวนผู้พัก

                            () แบบและจำนวนห้องน้ำและห้องส้วมต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร 

        7.      ไม่ว่าจะใช้ชื่อเป็นอพาร์ตเมนท์ แมนชั่น ห้องเช่า เกสเฮ้าส์ หรืออื่นๆที่เข้าข่ายหอพักต้องทำการจดทะเบียนให้ถูกต้อง

        8.      เจ้าของหอพักต้องจัดให้มีระเบียบประจำหอพัก (พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2507 มาตรา 10)

 เจ้าของหอพักและผู้จัดการหอพักต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้

( พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ.2507 มาตรา  8 และ มาตรา 20  )

           (1)  มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

           (2)   ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

           (3)   ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

           (4) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

           (5)  ไม่เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรงหรือโรคพิษสุราเรื้อรัง

                 ในกรณีนิติบุคคลเป็นเจ้าของหอพัก นิติบุคคลนั้นต้องตั้งผู้แทนซึ่งมีคุณสมบัติตามวรรคก่อนให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้แทน

                 ผู้จัดการหอพักต้องได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้จัดการหอพักและได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าขอหอพัก (มาตรา 19 วรรคแรก)