ครม. มีมติ ออกกฎหมาย นิรโทษกรรมผู้ครอบครอง อาวุธสงคราม โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งกฤษฎีกา พิจารณาเหตุผล และกรอบเวลาส่งคืน

              

                 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้กับผู้ครอบครองอาวุธของทางราชการที่สูญหายไปในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาแล้วจะกำหนดช่วงเวลาให้ผู้ครอบครองอาวุธดังกล่าวนำมามอบให้แก่ทางราชการภายใน 60 วัน

               แล้วจะไม่มีความผิด "คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการที่จะให้ประชาชนนำอาวุธมาคืน ทั้งอาวุธปืน อาวุธสงคราม และระเบิด โดยไม่มีความผิด แต่เรื่องนี้ต้องผ่านสภาฯ ก่อน"

               นายอภิสิทธิ์ กล่าว ก่อนหน้านี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า อาวุธปืนของทางราชการที่สูญหายไปในช่วงดังกล่าวมีหลายประเภท เช่น ปืนเอ็ม 16 และทราโว่ จำนวนราว 27 กระบอก ด้าน นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลง ภายหลังการประชุม ครม. ว่า หลังจากที่ ครมม. เคยมีมติ ให้หน่วยงานความมั่นคงรายงาน ถึงกรณีที่มีผู้ครองครองอาวุธสงครามและยุทธภัณฑ์ ให้ ครม.รับทราบตามแผนปรองดองแห่งชาติ วันนี้ มหาดไทยได้เสนอต่อที่ประชุมครม. ถึงแนวทางแก้ไข โดยเห็นควรให้ออกเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. ในการนิรโทษกรรม ผู้ครองครองอาวุธสงครามที่ไม่ได้รับอนุญาติ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบควรออกเแป็น พรบ. เพื่อให้เกิดความชัดเจน และจะเป็นผลดี ต่อประชาชนที่เป็นผู้รับฝากอาวุธจากบุคคลอื่น โดยไม่มีใบอนุญาต ให้นำมาคืนหน่วยงานราชการ และสามารถดึงอาวุธคืนจากประชาชนที่ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

                แหล่งข่าวในที่ประชุมครม. ระบุว่า นายกฯได้ซักถาม คุณพรทิพย์ จาละ เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการออกเป็นพรก.ที่จะใช้ได้ทันการกว่าต้องออกเป็นพรบ.ที่ ต้องผ่านกระบวนการสภาฯ ซึ่งอาจไม่ทันการ และไม่มีใครรับประกันได้ว่า ก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้ อาวุธจะถูกนำไปก่อเหตุหรือไม่ โดยคุณพรทิพย์ ได้ตั้งข้อสังเกตหากออกเป็นพรก.อาจจะไม่เข้าหลัก เกณฑ์ต่อการบังคับใช้ จากนั้นที่ประชุมครม.ได้อภิปรายอย่างกว้างขวางซึ่งมีทั้งผู้ ที่ไม่เห็นด้วยและผู้ที่เห็นด้วย โดยนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที แสดงการตอบรับทันที ว่าเห็นด้วยครับ อยากให้ใช้ความเด็ดขาดออกเป็นพรก.ประกาศใช้เวลา1เดือนไปเลย นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ก็กล่าวด้วยท่าทีสนับสนุน เห็นด้วยครับ ต่อการออกเป็นพรก. ส่วนนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม แสดงความไม่มั่นใจว่าจะได้ผลเท่าไหร่ เนื่องจากแรงจูงใจมีไม่เพียงพอ เมื่อถึงช่วงนี้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ท้วงติงต่อที่ประชุม ขอให้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ควรถามไปทางศาลรัฐธรรมนูญก่อน นายกฯจึงได้เปรยอย่างติดตลก มันเป็นการรับผิดชอบร่วมกัน และหันมาถามคุณพรทิพย์ถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งได้คำตอบมาว่า ศาลรัฐธรรมนูญสามารถวินิจฉัยได้ว่าควรออกเป็นพรก.หรือ ไม่ แต่ถ้าไม่ได้ก็จะทำให้ร่างนี้ตกทันที ซึ่งเรียกเสียงอื้ออึงจากที่ประชุมครม. และความเห็นจากเดิมที่อยากให้มีการออกเป็นพรก.เริ่ม เทความเห็นมาเป็น ส่งให้สภาฯพิจารณาเพื่อออกเป็นพ.ร.บ.มากกว่า

                โดยที่นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม แสดงความกังวลว่า เมื่อออกเป็นกฎหมายไปแล้วจะได้ผลตามที่หวังไว้หรือไม่ ผู้ที่มีอาวุธจะนำมาคืนจริงหรือไม่ รัฐบาลอายุการทำงานอีกนาน ไม่อยากให้สิ้นสุดเร็วเกินไป เพราะเราต้องรับผิดชอบร่วมกัน โดยรัฐมนตรีบางคน กล่าวแทรกขึ้นมาทันที ‘พวกมีอาวุธ คงไม่นำมาคืนอยู่แล้ว’ และมีการอภิปรายต่ออีกระยะ จากนั้นนายกฯกล่าวขึ้นมาว่า หากส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้วร่างถูกตีตกก็จะเป็นการเสียของ แล้วใครจะเอาอาวุธมาคืน จะกลายเป็นว่าคนที่เอามาคืนจะต้องมีโทษ ซึ่งก็ดูไปแล้วก็กลายเป็นว่าเราไม่ได้นิรโทษให้ทั้งหมด เมื่อได้ฟังเหตุผลที่ประชุมเริ่มคล้อยตาม และเห็นควรให้ออกเป็นพ.ร.บ. แทน โดยนายกฯกำชับอีกว่า เมื่อเปิดสภาฯสมัยนิติบัญญัติ อยากให้มีการพิจารณาโดยเร็ว ใน 3 วาระรวด

                                                                                                                                                                                                            ที่มา โพสต์ ทูเดย์