มาตรการช่วยเหลือ เยี่ยวยาผู้ประกอบการและเยี่ยวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกลุ่มผู้ชุมนุม
มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ชุมนุม
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ชุมนุม เพิ่มเติมจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ดังนี้
1. มาตรการช่วยเหลือลูกจ้าง
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ลูกจ้างที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 7,500 บาท โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงานเร่งรัดดำเนินการ (ทั้งนี้ กรณีลูกจ้างที่จะได้รับความช่วยเหลือตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม หากถูกเลิกจ้างจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน จากกองทุนประกันสังคมร้อยละ 50 ของค่าจ้าง แต่ไม่เกินเดือนละ 7,500 บาท เป็นเวลา 6 เดือน ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม)
2. มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่
2.1 การช่วยเหลือจ่ายค่าจ้างที่ผู้ประกอบการจ่ายให้ลูกจ้างในช่วงที่หยุดประกอบการ 1 เดือน
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการช่วยเหลือในส่วนของเงินเดือน 1 เดือนที่ผู้ประกอบการจ่ายให้ลูกจ้างไปแล้วตามบัญชี เป็นจำนวน 417.3 ล้านบาท
2.2 ค่าเช่า คณะรัฐมนตรีรับทราบว่าคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมอยู่ระหว่างการเจรจาขอลดค่าเช่า
3. มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย รายละ 50,000 บาท
เรื่อง การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุชุมนุม
คณะรัฐมนตรีรับทราบมาตรการเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ ดังนี้
1. มาตรการระยะสั้น
1.1 สนับสนุนพื้นที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อจำหน่ายสินค้าใน
บริเวณกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ถนนโยธี) ซึ่งจะสามารถรองรับผู้ประกอบการได้ประมาณ 40 ราย
1.2 ร่วมกับภาคเอกชน (บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด) จัดทำหลักสูตรการขายสินค้าบนเว็บไซด์สำหรับ
ผู้ประกอบการ “หลักสูตรวิทย์ไขได้ : ปันน้ำใจร้านค้าไทยพ้นวิกฤต” ระยะเวลาการฝึกอบรม 1 วัน ให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
2. มาตรการระยะกลาง
เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันทางความคิดให้แก่ชุมชนในเขตกรุงเทพมหานคร 2,000 แห่ง ให้มีระบบความคิดอย่างมีเหตุมีผลแบบวิทยาศาสตร์ สามารถคิดเป็น คิดชอบ ไม่ถูกมอมเมาจากสื่อต่าง ๆ ได้ง่าย อีกทั้งมีจิตสำนึกในการจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันสอดคล้องกับแผนปรองดองแห่งชาติ ข้อที่ 1 จึงได้จัดให้มีโครงการ “ไทย...นี้รักสงบ” ขึ้น โดยในเบื้องต้นจะจัดให้มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนากระบวนการคิดและพัฒนาอาชีพด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่ชุมชน จำนวน 500 แห่งก่อน
เรื่อง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม
คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณจำนวน 88,331,040 บาท จากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงพื้นที่จอดรถบริเวณลานจอดรถและถนนซอยต่าง ๆ ในสยามสแควร์หลายแห่งให้เป็นร้านค้ากึ่งถาวรในพื้นที่ใกล้เคียงที่อยู่เดิม เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการบริเวณศูนย์การค้าสยามสแควร์ โดยดำเนินการ ก่อสร้างภายในเวลาประมาณหนึ่งเดือน และงดการเก็บค่าเช่า 1 ปี ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ โดยให้สำนัก งบประมาณเป็นผู้พิจารณารายละเอียดด้านการเงินตามที่จ่ายจริงต่อไป
ข้อเท็จจริง
ศูนย์การค้าสยามสแควร์เป็นพื้นที่เขตพาณิชย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับความเดือดร้อน เสียหายจากการชุมนุม และได้มอบให้สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินการตามนโยบาย และเสนอแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากอัคคีภัยเป็นการด่วน โดยได้ดำเนินการเบื้องต้นแล้ว ดังนี้
1. จัดให้มีการลงทะเบียนผู้ประกอบการในบริเวณสยามสแควร์ทุกรายที่ได้รับความเสียหายเมื่อวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2553 โดยแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถค้าขายได้เนื่องจากการชุมนุม และกลุ่มที่ได้รับความเสียหายจากการกรณีเพลิงไหม้ ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนแล้วประมาณ 650 ราย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะรับลงทะเบียนต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ
2. จัดทำมาตรการเยียวยาในระยะหนึ่งเดือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในบริเวณสยามสแควร์ที่ได้รับความเสียหายจากอัคคีภัย บริเวณโรงภาพยนตร์สยาม พื้นที่ทางเดินรอบโรงภาพยนตร์สยามและร้านค้าย่อย อาคารพาณิชย์รอบโรงภาพยนตร์สยาม รวม 63 คูหา อาคารพาณิชย์ด้านถนนพระรามที่ 1 ติดธนาคารกรุงเทพ รวม 6 คูหา และติดธนาคารนครหลวงไทย รวม 5 คูหา รวมพื้นที่พาณิชย์ที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้นประมาณ 20,060 ตารางเมตร มูลค่าความเสียหายที่ประเมินเบื้องต้น ประมาณ 189.11 ล้านบาท
ที่มา เว็ปไซด์รัฐบาลไทย