กฎหมายห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบทลงโทษ
เมื่อวานนี้ (6 กันยายน) ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึง การศึกษา การรับรู้ ทัศนคติ และความต่อการมีส่วนร่วมของเยาวชนต่อการยับยั้งปัญหาและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในครอบครัว สำรวจเมื่อวันที่ 1 - 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนประถมปีที่ 2 - 6 จำนวน 1,583 คน พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 43% ยอมรับว่าเคยลองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ซึ่งน่าเป็นห่วงมากเพราะผู้ที่ให้ลองคือ บิดา หรือคนในครอบครัว สำหรับอายุเฉลี่ยที่เริ่มดื่มคือ 9 ปี ขณะที่อายุต่ำสุดที่เคยดื่มเพียงแค่ 7 ปีเท่านั้น และยังพบว่า เด็ก 65% เคยไปซื้อด้วยตนเอง โดยที่ผู้ขายยอมขายทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมายเกินครึ่งคือ 55%
"ที่สำคัญพบว่าเด็ก 100% รู้จักกับสินค้าเหล้าปั่น เบียร์ปั่น เป็นอย่างดี สามารถแยกแยะยี่ห้อได้โดยรู้จักจาก 1. โฆษณา 2. สื่อตามร้านค้าร้านอาหาร 3. เห็นของจริง 4. เคยถูกใช้ไปซื้อ 5. เคยดื่มแล้ว กลุ่มตัวอย่าง 59% บอกว่าอยากลองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเด็กอยากลองมากที่สุด คือ 1. เบียร์ 2. เหล้าปั่น 3. เบียร์ปั่น ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ มีขายตามร้านขายน้ำผลไม้ปั่นด้วย มีเด็กยอมรับว่าเคยไปทดลองดื่มเหล้าปั่นด้วยตัวเอง โดยไม่มีผู้ใหญ่พาไป และคิดว่าเหล้าปั่นไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอันตรายมาก เพราะร้านเหล่านี้อยู่ในชุมชนไม่ห่างจากโรงเรียน และอยู่รวมกับร้านขายน้ำหวาน น้ำผลไม้ มีแผงลอย รถเร่ ขายอยู่ทั่วไป ทำให้เด็กเข้าถึงได้ง่าย" ดร.ศรีรัช กล่าว
ดร.ศรีรัช กล่าวด้วยว่า สถานที่ ๆ เด็กระบุว่ามีสุราจำหน่ายมากที่สุดคือ ร้านอาหารประเภทหมูกระทะ ร้านสะดวกซื้อ โดยร้านที่กลุ่มอย่างสามารถซื้อสุราได้ด้วยตนเองคือ 1.ร้านชำใกล้บ้าน 2.ร้านสะดวกซื้อ ทั้งยังพบว่า เด็กส่วนใหญ่มีประสบการณ์เห็นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากคนในครอบครัว 71% บอกว่า เห็นพ่อดื่ม ขณะที่ 32% เห็นพ่อเมา และเด็ก 35% ระบุว่าเกิดปัญหาครอบครัวหลังจากการดื่ม ซึ่งปัญหาที่พบมากที่สุดคือ ทะเลาะวิวาท โดยเด็กเชื่อว่า ผู้ใหญ่ดื่มเพราะแก้เครียด 22% และคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา 55%
"ที่น่ากลัวมากคือ เด็กส่วนหนึ่งตั้งใจว่าเมื่ออายุครบ 18 ปี จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างแน่นอน และการพบเห็นประสบการณ์การดื่มจากคนในครอบครัวทำให้เด็กซึมซับพฤติกรรม เห็นเป็นเรื่องธรรมดา โดยพบว่าเด็กใช้เวลาเพียง 2 ปี ที่จะพัฒนาจากการทดลองดื่มมาเป็นนักดื่ม ซึ่งพบว่ามีเด็กอายุ 11 - 12 ปี ที่สามารถดื่มเหล้าถึงครึ่งขวดเพียงลำพังโดยไม่มีผู้ใหญ่" ดร.ศรีรัช กล่าว
ดร.ศรีรัช กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่ได้ผล ทำให้ไม่สามารถควบคุมและป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย ซึ่งอยากเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ และให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งออกกฎหมายลูกเพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายที่มีอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี การออกประกาศกระทรวงเพื่อควบคุมการขายเหล้าปั่น โดยเฉพาะการขายใกล้บริเวณสถานศึกษา การขายแบบเร่ เพื่อทำให้เด็ก เยาวชน เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ยาก
รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันนี้ (7 กันยายน) เวลา 10.00 น. เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ ประมาณ 50 คน จะเดินทางไปที่ทำเนียบรับบาลเพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี จัดการควบคุมปัญหาเหล้าปั่น พร้อมทั้งเร่งรัดให้มีการ ออกประกาศตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- By www.Dailynews.co.th
บทนิยามความหมาย
“สุรา” ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 มาตรา 4 หมายความรวมถึง วัตถุทั้งหลายหรือของผสมที่มีแอลกอฮอล์ซึ่งสามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับน้ำสุราหรือซึ่งดื่มกินไม่ได้ แต่เมื่อได้ผสมกับน้ำหรือของเหลวอย่างอื่นแล้ว สามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับน้ำสุรา
“เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ตามพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 3 หมายความว่า สุราตามกฎหมายว่าด้วยสุรา ทั้งนี้ไม่รวมถึงยาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ใบอนุญาตขายสุราแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ดังต่อไปนี้
พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 มาตรา 19 ใบอนุญาตขายสุรามี 7 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 สำหรับการขายสุราทุกชนิด ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนตั้งแต่สิบลิตรขึ้นไป
ประเภทที่ 2 สำหรับการขายสุราที่ทำในราชอาณาจักร ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนตั้งแต่สิบลิตรขึ้นไป
ประเภทที่ 3 สำหรับการขายสุราทุกชนิด ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่าสิบลิตร
ประเภทที่ 4 สำหรับการขายสุราที่ทำในราชอาณาจักร ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่าสิบลิตร
ประเภทที่ 5 สำหรับการขายสุราทุกชนิด ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่าสิบลิตรเพื่อดื่ม ณ สถานที่ขายเป็นการชั่วคราวไม่เกินสิบวัน
ประเภทที่ 6 สำหรับการขายสุราที่ทำในราชอาณาจักร ครั้งหนึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่าสิบลิตร เพื่อดื่ม ณ สถานที่ขายเป็นการชั่วคราวไม่เกินสิบวัน
ประเภทที่ 7 สำหรับการขายสุราครั้งหนึ่งเป็นจำนวนต่ำกว่าสิบลิตร เพื่อดื่มภายในสมาคมหรือสโมสร
เวลาขายสุราที่กฎหมายกำหนด
พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 มาตรา 20 ผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 3 หรือประเภทที่ 4 จะขายสุรา ได้แต่เฉพาะภายในเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง
กฎกระทรวง กำหนดเวลาขายสุราสำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 3 และประเภทที่ 4 พ.ศ. 2548 ข้อ 2 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 3 หรือประเภทที่ 4 ขายสุราได้เฉพาะภายในเวลาตั้งแต่ 11.00 นาฬิกา ถึง 14.00 นาฬิกา และตั้งแต่ 17.00 นาฬิกา ถึง 24.00 นาฬิกา
บทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนขายสุรานอกเวลาที่กฎหมายกำหนด
พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 มาตรา 41 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท
ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลใดบ้าง
พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลดังต่อไปนี้
(๑) บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒) บุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้
บทลงโทษ
พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 40 ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยฝ่าฝืนมาตรา 29 หรือมาตรา 30 (1) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สถานที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 27 ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณดังต่อไปนี้
(1) วัดหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา
(2) สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลและร้านขายยาตามกฎหมายว่าด้วยยา
(3) สถานที่ราชการ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นร้านค้าหรือสโมสร
(4) หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก
(5) สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
(6) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง หรือร้านค้าในบริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(7) สวนสาธารณะของทางราชการที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป
(8) สถานที่อื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
วันและเวลาที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 28 ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัน หรือเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวจะกำหนดเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นใด ๆ เท่าที่จำเป็นไว้ด้วยก็ได้
บทบัญญัติในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับกับการขายของผู้ผลิตผู้นำเข้าหรือตัวแทนของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าไปยังผู้ขายซึ่งได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสุรา
บทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนขายในที่ห้ามขายและผู้ที่ขายนอกเวลาที่กฎหมายกำหนด
พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 39 ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยฝ่าฝืนมาตรา 27 หรือมาตรา 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สถานที่ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 31 ห้ามมิให้ผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณดังต่อไปนี้
(1) วัดหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา
(2) สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลและร้านขายยาตามกฎหมายว่าด้วยยา ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคล
(3) สถานที่ราชการ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคล หรือสโมสร หรือการจัดเลี้ยงตามประเพณี
(4) สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคลหรือสโมสร หรือการจัดเลี้ยงตามประเพณี หรือสถานศึกษาที่สอนการผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
(5) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงหรือร้านค้าในบริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(6) สวนสาธารณะของทางราชการที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป
(7) สถานที่อื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ
บทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่กฎหมายห้าม
พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 42 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม
การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใด ๆ โดยผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทให้กระทำได้เฉพาะการให้ข้อมูลข่าวสาร และความรู้เชิงสร้างสรรค์สังคม โดยไม่มีการปรากฏภาพของสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น เว้นแต่เป็นการปรากฏของภาพสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสัญลักษณ์ของบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเท่านั้น ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
บทบัญญัติในวรรคหนึ่งและวรรคสอง มิให้ใช้บังคับกับการโฆษณาที่มีต้นกำเนิดนอกราชอาณาจักร
บทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 43 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 32 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้ฝ่าฝืนยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินห้าหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง