ครม.ไฟเขียวแก้กฎหมายประกันสังคม ขยายสิทธิถึงคู่สมรส-บุตร

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการให้ขยายสิทธิประโยชน์ ผู้ประกันตนมาตรา 40 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) จาก 3 กรณี เป็น 5 กรณี ได้แก่ กรณีคลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต เงินชดเชยการขาดรายได้ระหว่างการเจ็บป่วยรักษาในโรงพยาบาล 3 วันขึ้นไป ได้รับเงินครั้งละ 1,000 บาท ปีละ 2 ครั้ง และให้สิทธิประโยชน์กรณีเงินบำเหน็จชราภาพ นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบในหลักการให้ขยายสิทธิประโยชน์รักษาพยาบาลให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 (ผู้ประกันตนในระบบปกติ) ครอบคลุมไปถึงคู่สมรสและบุตรด้วย เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ 4 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ซึ่งคู่สมรสที่จะได้รับสิทธิดังกล่าว จะต้องมีหลักฐานการจดทะเบียนสมรสอย่างถูกกฎหมายเท่านั้น

โดยร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมมีดังนี้

มติคณะรัฐมนตรี ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2552 

1. เรื่อง  ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

          คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

             สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ

            1. กำหนดให้พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา          เป็นต้นไป  เว้นแต่มาตรา 40 ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ร่างมาตรา 2)

            2. กำหนดให้พระราชบัญญัตินี้คุ้มครองไปถึงลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการและลูกจ้างทั้งหมด (ร่างมาตรา 3)

             3. แก้ไขบทนิยามคำว่า ลูกจ้าง  ทุพพลภาพ  และภัยพิบัติ ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น (ร่างมาตรา 4 ร่างมาตรา 5 และร่างมาตรา 6)

            4. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างโดยให้เลือกกันเอง เพื่อให้             สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกำหนดอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันสังคม คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการประกันสังคม  และคณะกรรมการการแพทย์ (ร่างมาตรา 7 และร่างมาตรา 8)

            5. กำหนดให้การได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ตามกฎหมายอื่น  และแก้ไขระยะเวลาการยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายในเวลาที่เลขาธิการกำหนด  และกำหนดขั้นตอนการขอรับประโยชน์ทดแทน  และแก้ไขวิธีการคำนวณค่าจ้างรายวันในการจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ (ร่างมาตรา 25 ถึงร่างมาตรา 27)

              6. กำหนดให้ผู้ประกันตนหรือคู่สมรสของผู้ประกันตนมีหน้าที่เลือกสถานพยาบาลเพื่อเข้ารับบริการทาง การแพทย์และกำหนดสิทธิหากมีเหตุจำเป็นกรณีไม่อาจเข้ารับบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาล (ร่างมาตรา 28)

             7. กำหนดให้ผู้ประกันตนที่จงใจทำให้ตนเองหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำถึงแก่ความตายไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน แต่การประสบอันตรายหรือทุพพลภาพที่มิใช่จากการทำงานในช่วงเวลาเดียวกันมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ประเภทเดียว (ร่างมาตรา 29)

                8. แก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตร หลักเกณฑ์และอัตราการได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพและกรณีถึงแก่ความตาย  และแก้ไขให้ผู้ประกันตนซึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังหรือทุพพลภาพ   หรือผู้ประกันตนซึ่งรับบำนาญชราภาพมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย (ร่างมาตรา 30 ถึงร่างมาตรา 34)

                 9. กำหนดมาตรการลงโทษทางอาญาแก่นายจ้างซึ่งไม่ยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ (ร่างมาตรา 39)

                                            ที่มา เว็ปไซค์รัฐบาลไทย