คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าหรือการขายอัญมณีประเภทพลอยก้อนที่ยังไม่ได้เจียรไน

                                                                    ข่าวที่ 01/07   

มติคณะรัฐมนตรี  วันที่  28  กรกฎาคม 2552  

10. เรื่อง  มาตรการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับโลก

                         คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงรวม 3 ฉบับ (มาตรการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับโลก) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ  และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา  แล้วดำเนินการต่อไปได้

                         กระทรวงการคลังเสนอว่า

                          1. กรมสรรพากรได้มีมาตรการภาษีตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร  ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540 โดยกำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าหรือการขายเพชร พลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก ไข่มุก อัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน  รวมทั้งสิ่งทำเทียมวัตถุดังกล่าวหรือที่ทำขึ้นใหม่ เฉพาะที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณเพื่อใช้ในการผลิตอัญมณีที่เป็นเครื่องประดับหรือของใช้ใด ๆ ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้แจ้งการประกอบกิจการต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามแบบแจ้งการประกอบกิจการนำเข้าหรือขายอัญมณีฯ (ภ.พ. 01.5)

                           2. ปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนวัตถุดิบอัญมณีประเภทพลอยก้อนและมีความเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ  รวมทั้งผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่ที่นำเข้าวัตถุดิบอัญมณีประเภทพลอยก้อนจะเป็นชาวต่างประเทศที่    ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกาฯ(ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540 ได้  จึงส่งผลให้วัตถุดิบอัญมณีฯ เคลื่อนย้ายไปยังประเทศอื่นที่ไม่มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าวัตถุดิบอัญมณีฯ ดังกล่าว

                           3. กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว  เห็นสมควรกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าหรือการขายอัญมณีประเภทพลอยก้อนที่ยังไม่ได้เจียระไน  เพื่อกระตุ้นให้เกิดการไหลเข้ามาซึ่งวัตถุดิบอัญมณีประเภทพลอยก้อนที่ยังไม่ได้เจียระไนจากต่างประเทศที่จะนำเข้ามาป้อนสู่อุตสาหกรรมการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับของไทย  อันจะส่งผลให้ประเทศไทยสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตและส่งออกได้มากขึ้น  และก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีของโลก  และสมควรกำหนดให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย  สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมิน  กรณีการจ่ายเงินได้จากการซื้อ         อัญมณีที่ยังไม่ได้ผ่านการเจียระไนและยังไมได้ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณเพื่อป้องกันการเลี่ยงภาษีและรัฐสามารถควบคุม  ตรวจสอบการเสียภาษีของผู้มีเงินได้ให้ถูกต้องครบถ้วน  อันจะทำให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                           4. ในส่วนของผลกระทบต่อรายได้จากจัดเก็บภาษีนั้น  คาดว่าจะทำให้รายได้ภาษีอากรลดลงบ้าง  แต่จากการไหลเข้ามาซึ่งวัตถุดิบอัญมณีฯ จากต่างประเทศ  จะส่งผลให้ประเทศไทยสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตและส่งออกได้มากขึ้น  ซึ่งจะทำให้รัฐจัดเก็บภาษีประเภทต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้น

                          จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงรวม 3 ฉบับมาเพื่อดำเนินการ

                          สาระสำคัญของร่างกฎหมาย

                         1. ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ .....) พ.ศ. ........  เป็นการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้ามาเพื่อขายหรือการขายอัญมณีประเภทพลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก และอัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกันเฉพาะที่ยังไม่ได้ผ่านการเจียระไน  แต่ไม่ร่วมถึงเพชร ไข่มุก และสิ่งทำเทียมวัตถุดังกล่าวหรือที่ทำขึ้นใหม่  ทั้งนี้ เฉพาะผู้นำเข้าหรือผู้ขายที่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ซึ่งมิใช่ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล  ซึ่งนำเข้าหรือขายตั้งแต่วันที่       พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธันวาคม  พ.ศ. 2554

                         2. ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ...... กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ซึ่งมีเงินได้พึงประเมินจากการขายอัญมณีประเภทพลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก และอัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน  เฉพาะที่ยังไม่ได้ผ่านการเจียระไน  แต่ไม่รวมถึงเพชร ไข่มุก และสิ่งทำเทียมวัตถุดังกล่าวหรือที่ทำขึ้นใหม่  และได้ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แล้วตามกฎกระทรวง  ฉบับที่ 144 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ ในอัตราร้อยละ 1.0 ของเงินได้พึงประเมิน  เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้  ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายอัญมณีดังกล่าว  มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 48 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร  ทั้งนี้ เฉพาะเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธันวาคม  พ.ศ. 2554

                          3. ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากร  ว่าด้วยภาษีเงินได้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ฉบับที่ 144 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้  เพื่อกำหนดให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย  สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการซื้ออัญมณีประเภทพลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก และอัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน  เฉพาะที่ยังไม่ได้ผ่านการเจียระไน  แต่ไม่รวมถึงเพชร ไข่มุกและสิ่งทำเทียมวัตถุดังกล่าวหรือที่ทำขึ้นใหม่ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งมิใช่ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ทั้งนี้  ให้ใช้บังคับสำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถึงวันที่ 31 ธันวาคม  พ.ศ. 2554    

ที่มา  http://www.thaigov.go.th

AttachmentSize
มติคณะรัฐมนตรี 28 กรกฎาคม 2552.doc883.5 KB