ร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าใหม่ กำหนดโทษผู้ซื้อและผู้ให้เช่าพื้นที่จำหน่ายสินค้าปลอม เอามาให้ดูกันก่อนใคร
เนื่องจากได้มีโอกาสได้รับฟังการบรรยายร่างกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่เตรียมร่างเสนอก่อนขึ้นสู่ขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภา โดยผู้ที่มาให้ความรู้ คือท่านอาจารย์สัตยะพล สัจจเดชะ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต โดยท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะและเป็นนักกฎหมายสายทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อเอาผิดกับผู้ซื้อสินค้าที่ปลอม(เครื่องหมายการค้าปลอม) และเอาผิดกับเจ้าของ ผู้ครอบครองอาคารที่ให้ขายหรือจำหน่ายสินค้าปลอม(ปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น) หรือสินค้าเลียบแบบ(เลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น) เนื่องจากสินค้าปลอมหรือเลียนแบบเหล่านี้มีการซื้อขายกันอย่างแพร่หลายจนเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรงโดยเฉพาะเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาได้จัดอันดับประเทศไทยในปี พ.ศ.2550 – 2552 นี้อยู่ในระดับที่เรียกว่า PWL (Priority Watch List) หรือ จับตามองเป็นพิเศษ คือ มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในระดับสูง จนเป็นผลให้สหรัฐอเมริกาตัดสิทธิพิเศษทางภาษีของประเทศไทยในการส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐ ด้วยเหตุนี้ทำให้เป็นแรงผลักดันให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา โดยเจตนารมณ์ของผู้ร่างกฎหมาย มีดังต่อไปนี้
1. ปัจจุบันมีการจำหน่ายสินค้าปลอม หรือสินค้าเลียนแบบของสินค้าผู้อื่นเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในย่านการค้าและศูนย์การค้าต่างๆ
2. ผู้บริโภคสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดโดยนิยมซื้อหรือใช้(ครอบครอง)สินค้าสินค้าปลอม จนเกิดเป็นค่านิยมที่ผิดและขาดจิตสำนึก
3. อัตราโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ปัจจุบันไม่สอดคล้องกับความร้ายแรงของการกระทำความผิด จึงเห็นควรให้เพิ่มโทษให้เหมาะสมขึ้น
อย่างแรกขอให้ทำความเข้าใจก่อนว่าสินค้าปลอมกับสินค้าเลียนแบบของผู้อื่นคืออะไร
สินค้าปลอมสินค้าของผู้อื่น คือ สินค้าที่ทำให้เหมือนกับสินค้าของผู้อื่น
สินค้าเลียนแบบของผู้อื่น คือ สินค้าที่ทำให้คล้ายคลึงกับสินค้าของผู้อื่นโดยอาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของผู้ผลิตสินค้านั้น
วันนี้จึงได้มีโอกาสนำร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าใหม่มาเผยแพร่เนื่องจากเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างมากแต่ยังไม่ได้รับการแพร่เผยให้ทราบกันมากนัก และเพื่อให้เข้าใจเจตนารมณ์ของผู้ร่างและช่วยกันลดการใช้สินค้าปลอมหรือเลียนแบบก่อนที่ร่างพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้านี้จะประกาศใช้บังคับ
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า นี้มีการเพิ่ม 2 มาตรา คือ มาตรา 110/1 และมาตรา 110/2 ดังต่อไปนี้
ร่างกฎหมายเพื่อเอาผิดผู้ซื้อสินค้าปลอม
มาตรา 110/1 บุคคลใดปราศจากเหตุอันสมควรซื้อสินค้าโดยรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่าสินค้านั้นมีเครื่องหมายการค้าปลอมตามมาตรา 108 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ร่างกฎหมายเพื่อเอาผิดเจ้าของ ผู้ครอบครองอาคารหรือพื้นที่ใด หรือผู้นำพื้นที่ออกให้ผู้อื่นใช้
มาตรา 110/2 เจ้าของ ผู้ครอบครองอาคารหรือพื้นที่ใด หรือผู้นำพื้นที่ออกให้ผู้อื่นใช้โดยรู้อยู่แล้ว หรือมีเหตุอันสมควรรู้ถึงการกระทำของผู้ใช้อาคาร บริเวณอาคาร หรือพื้นที่เพื่อจำหน่าย เสนอจำหน่าย มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา 108 หรือเลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของผู้อื่นตามมาตรา 109 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กฎหมายเดิมหรือพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 บัญญัติโทษความผิดไว้สำหรับผู้ทำสินค้าปลอมตามมาตรา 108 , ผู้ทำสินค้าเลียนแบบสินค้าของผู้อื่นตามมาตรา 109 และผู้นำเข้าสินค้าปลอมหรือเลียนแบบเพื่อจำหน่ายตามมาตรา 110 ไว้เท่านั้น ผู้ซื้อหรือผู้ครอบครองสินค้าปลอม หรือ ผู้ให้ใช้เพื่อที่เพื่อจำหน่ายสินค้าปลอมหรือสินค้าเลียนแบบสินค้าของผู้อื่นตามกฎหมายเดิมไม่มีบทบัญญัติโทษไว้ หากจะไม่กล่าวถึงผู้ทำปลอมหรือเลียนแบบก็กระไรอยู่ จึงขอนำบทบัญญัติ 3 มาตราตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534(ฉบับเดิม) มาให้ดูเปรียบเทียบโทษของผู้ทำปลอมสินค้าผู้อื่น , ผู้ทำเลียนแบบสินค้าผู้อื่น และผู้นำเข้าสินค้าปลอมหรือเลียนแบบสินค้าของผู้อื่น
ผู้ทำปลอมสินค้าผู้อื่น
มาตรา 108 บุคคลใดปลอมเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ทำเลียนแบบสินค้าผู้อื่น
มาตรา 109 บุคคลใดเลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้นำเข้าสินค้าปลอมหรือเลียนแบบสินค้าของผู้อื่นมาจำหน่าย
มาตรา 110 บุคคลใด
(1) นำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา ๑๐๘ หรือที่เลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่น ตามมาตรา 109 หรือ
(2) ให้บริการหรือเสนอให้บริการที่ใช้เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา 108 หรือที่เลียนเครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นตามมาตรา 109 ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ