นายจ้างจะจับลูกจ้างที่กระทำความผิดอาญาเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายจ้างได้หรือไม่
การจับนั้นปกติแล้วพนักงานตำรวจเท่านั้นที่มีอำนาจในการจับตลอดจนค้นตัวโดยมีอำนาจสามารถที่จะจับและค้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 , 85 และมาตรา 93
นอกจากพนักงานตำรวจแล้ว ราษฎรคนทั่วไปก็สามารถจับได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สองกรณีนี้เท่านั้นที่ราษฎรคนทั่วไปสามารถจับได้ คือ
1. ในกรณีที่พนักงานตำรวจผู้จัดการตามหมายจับ เรียกให้ช่วยจับ มาตรา 82
2. จับในกรณีความผิดซึ่งหน้าเท่านั้น(คือพบเห็นขณะกระทำความผิด)และความผิดนั้นได้ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย ตามมาตรา 79
ความผิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งราษฎรมีอำนาจจับได้โดยไม่ต้องมีหมาย ดังต่อไปนี้
· ประทุษร้ายต่อพระบรมราชตระกูล มาตรา 97 และ 99
· ขบถภายในพระราชอาณาจักร มาตรา 101 ถึง 104
· ขบถภายนอกพระราชอาณาจักร มาตรา 105 ถึง 111
· ความผิดต่อทางพระราชไมตรีกับต่างประเทศ มาตรา 112
· ทำอันตรายแก่ธง หรือเครื่องหมายของต่างประเทศ มาตรา 115
· ความผิดต่อเจ้าพนักงาน มาตรา 112 ถึง 122 และ 127
· หลบหนีจากที่คุมขัง มาตรา 163 ถึง 166
· ความผิดต่อศาสนา มาตรา 172 และ 173
· ก่อการจลาจล มาตรา 183 และ 184
· กระทำให้เกิดภยันตรายแก่สาธารณชน กระทำให้สาธารณชนปราศจากความสะดวกในการไปมา และการส่งข่าว และของถึงกัน และกระทำให้สาธารณชนปราศจากความสุขสบาย มาตรา 185 ถึง 194,196 ,197และ 199
· ปลอมแปลงเงินตรา มาตรา 202 ถึง 205 และ210
· ข่มขืนกระทำชำเรา มาตรา 242 ถึง 246
· ประทุษร้ายแก่ชีวิต มาตรา 249 ถึง 251
· ประทุษร้ายแก่ร่างกาย มาตรา 254 ถึง 257
· ความผิดฐานกระทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ มาตรา 268 , 270 และ 276
· ลักทรัพย์ มาตรา 288 ถึง 296
· วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์และโจรสลัด มาตรา 297 ถึง 302
· กรรโชก มาตรา 303
หน้าที่ผู้จับ
การจับนั้นผู้ทำการจับก็มีหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คือ
1. ต้องแจ้งแก่ผู้ถูกจับว่า “ เขาต้องถูกจับ ” และ “ สั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนท้องที่ที่ถูกจับพร้อมกับผู้จับ ” และ(มาตรา 83)
2. เมื่อพาไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนแล้ว มีหน้าที่ “ แจ้งข้อมูลตำรวจซึ่งรับมอบตัวบันทึกชื่อ อาชีพ ที่อยู่ของผู้จับ อีกทั้งข้อความและพฤติการณ์แห่งการจับนั้นไว้ และให้ผู้จับลงลายมือชื่อ กำกับไว้เป็นสำคัญเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและรายละเอียดแห่งการจับให้ผู้ถูกจับทราบ ”(มาตรา 84 (2) )
วิธีการจับ
วิธีการจับ ต้องกระทำไม่เกินสมควรแก่เหตุ คือ โดยละมุนละม่อม บอกแก่ผู้ต้องถูกจับก่อนว่า คุณต้องถูกจับ และต้องไปสถานีตำรวจ
ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับขัดขวางหรือจะขัดขวางการจับ หรือหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือการป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์ในการจับนั้น ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา83 วรรคท้าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119/2502
จำเลยเป็นราษฎรโดยมีเหตุให้จำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่านายผลเป็นผู้ร้ายปล้นทรัพย์นายเป จนผู้ใหญ่บ้านตีเกราะเรียกให้ราษฎรช่วยกันติดตามจับ แม้นายผลจะหนีต่อไปเพราะกลัวจะถูกจำเลยกับราษฎรทำร้าย จำเลยก็เข้าใจโดยสุจริตว่า จะต้องจับนายผลเพราะเป็นผู้ร้ายให้ได้ตามคำเรียกร้องของผู้ใหญ่บ้านเมื่อนายผลต่อสู้ก็ต้องใช้กำลัง แต่การที่จำเลยแทงนายผลตายนั้นเป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุ และเกินกว่าความจำเป็นที่จะต้องกระทำ ศาลย่อมลดโทษให้ต่ำลงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69 ได้
เมื่อจับแล้วจะค้นตัวได้ไหม
การค้นตัวนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93นั้นให้อำนาจเฉพาะตำรวจเท่านั้น ราษฎรจึงไม่มีอำนาจค้นไม่ว่าจะค้นตัวหรือว่าค้นที่รโหฐาน(คือที่ส่วนตัว ที่บุคคลทั่วไปจะเข้าออกตามอำเภอใจไม่ได้)
มาตรา 93 ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่า บุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด