ข้อบังคับเกี่ยวกับการเกษียณอายุของลูกจ้างชายหญิงไม่เท่ากันใช้บังคับไม่ได้

                         แม้จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยซึ่งถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง  หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม จำเลยจะต้องรับผิดทางอาญา  ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์  พ.ศ.2518  มาตรา 131 แต่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นจะต้องเป็นข้อตกลงที่ชอบด้วยกฎหมายและใช้บังคับได้ด้วย   เมื่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดเรื่องการออกจากงานกรณีเกษียณอายุไว้ให้ลูกจ้างชายเกษียณอายุเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์  และลูกจ้างหญิงเกษียณอายุครบ 50 ปีบริบูรณ์  ซึ่งการเกษียณอายุของลูกจ้างชายและลูกจ้างหญิงแตกต่างกันโดยพิจารณาจากเพศของลูกจ้างแต่เพียงอย่างเดียว  และต่อมามีพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน  พ.ศ.2541  มาบังคับใช้ โดยมาตรา 15 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างชายและหญิงโดยเท่าเทียมกันในการจ้างงาน  เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจปฏิบัติเช่นนั้นได้ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเฉพาะส่วนที่ให้ลูกจ้างหญิงเกษียณอายุเมื่ออายุครบ 50 ปีบริบูรณ์  จึงขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 15  ซึ่งกำหนดหลักการให้ลูกจ้างชายและลูกจ้างหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกันอันเป็นกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน  ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเฉพาะส่วนที่ให้ลูกจ้างหญิงเกษียณอายุเมื่อครบ 50 ปีบริบูรณ์  จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ไม่มีผลบังคับใช้ต่อไป

หมายเหตุ ย่อมาจากคำพิพากษาฎีกาที่ 865/2548 โดยบริษัท มิราเคิล คอนซัลแทนท์ จำกัด