ข้อตกลงห้ามทำงานกับคู่แข่งทางการค้าของนายจ้าง หลังจากพ้นจากการเป็นลูกจ้างหรือเลิกสัญญาจ้างกันแล้ว บังคับได้หรือไม่

            ธุรกิจการค้าปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก  ทั้งเรื่องเทคโนโลยี หรือฐานลูกค้านั้นมีความสำคัญกับการทำธุรกิจมากโดยเฉพาะธุรกิจที่มีขนาดใหญ่และมีคู่แข่งทางการค้า  ความลับทั้งหลายทางธุรกิจดังกล่าวบริษัทนายจ้างมีความต้องการไม่ให้รั่วไหลไปให้ฝ่ายคู่แข่งล่วงรู้   แต่ก็มีปัญหาตรงที่ว่าเมื่อเลิกสัญญาจ้างลูกจ้างไปแล้ว  ลูกจ้างนั้นจะไปทำงานหรือเอาความลับไปให้คู่แข่งทางธุรกิจหรือไม่  นายจ้างจึงทำสัญญาจ้างกำหนดข้อตกลงห้ามไม่ให้ลูกจ้างไปทำงานให้กับบริษัทอื่นๆในขณะที่ทำงานอยู่หรือหลังพ้นจากเลิกสัญญาจ้างกัน  ปัญหานี้มีมาทุกสมัยว่าข้อตกลงในสัญญาดังกล่าวใช้บังคับได้หรือไม่  เพียงไรนั้น เรื่องขึ้นสู่ศาลฎีกาและศาลฎีกาได้วางแนวหลักคำพิพากษาศาลฎีกาไว้

  คำพิพากษาฎีกาที่ 1275/2543

            สัญญาแนบท้ายสัญญาจ้างมีข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างว่า  ในขณะที่ทำงานเป็นลูกจ้างและหลังพ้นสภาพลูกจ้างไปแล้วเป็นระยะเวลา 5 ปี  ลูกจ้างไม่กระทำการใดหรือเข้าทำงานในบริษัทคู่แข่งที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่ง  การขนย้ายและจัดเก็บสินค้าภายในประเทศไทย  สาธารณรัฐเวียดนาม  กัมพูชา  สามธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและพม่า หากฝ่าฝืนตกลงจ่ายเงินให้นายจ้างเป็นเงิน 1,000,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  ข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างดังกล่าว  เป็นเพียงข้อจำกัดห้ามประกอบอาชีพอันเป็นการแข่งขันกับนายจ้าง  โดยระบุจำกัดประเภทของธุรกิจไว้อย่างชัดเจน  มิได้เป็นการห้ามประกอบอาชีพอันเป็นการปิดทางทำมาหาได้ของลูกจ้างอย่างเด็ดขาดและลูกจ้างสามารถประกอบอาชีพหรือทำงานในบริษัทประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการขายสินค้าหรือบริการอื่นๆ  ที่อยู่นอกเหนือข้อตกลงนี้ได้  ขอบเขตพื้นที่ที่ห้ามเฉพาะประเทศที่อยู่ในกลุ่มประเทศในแหลมอินโดจีน  มิได้รวมถึงประเทศใหล้เคียงอื่นๆด้วย  ลักษณะของข้อตกลงที่ก่อให้เกิดหนี้ในการงดเว้นการกระทำตามที่กำหนดโดยความสมัครใจของคู่กรณีเช่นนี้  ไม่ใช่เป็นการตัดการประกอบอาชีพของลูกข้างเสียทั้งหมดทีเดียว  เพียงแต่เป็นการห้ามประกอบอาชีพบางอย่างที่เป็นการแข่งขันกับนายจ้างในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น   จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่รักษาสิทธิและประโยชน์ของคู่กรณีที่เป็นไปโดยชอบในเชิงของการประกอบธุรกิจ  ไม่เป็นการปิดการทำมาหาได้ของฝ่ายใดโดยเด็ดขาดจนไม่อาจดำรงอยู่ได้  ข้อตกลงนี้ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน  ไม่เป็นโมฆะ

                   ลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทอื่นซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้ากับนายจ้างหลังจากนายจ้างเลิกจ้างแล้วภายในกำหนดระยะเวลาห้าม  อันเป็นการผิดสัญญาซึ่งลูกจ้างต้องรับผิด  แต่ความรับผิดดังกล่าวมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับซึ่งเป็นค่าเสียหายอย่างหนึ่ง  การกำหนดค่าเสียหายเป็นดุลยพินิจของศาลแรงงงาน

 หลักเกณฑ์ตามแนวคำพิพากษาฎีกานี้ ที่ถือว่าข้อตกลงใช้บังคับได้คือ

1.      มีผลประโยชน์โดยชอบของนายจ้างที่จะต้องคุ้มครอง  เพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์ที่เป็นไปโดยชอบในเชิงของการประกอบธุรกิจ

2.      ห้ามประกอบอาชีพอันเป็นการแข่งขันกับนายจ้าง  โดยระบุจำกัดประเภทของธุรกิจไว้อย่างชัดเจน

3.      กำหนดระยะเวลาห้ามไว้พอสมควร

 

หากข้อตกลงในสัญญาจ้างดังกล่าวมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการประกอบอาชีพมากเกินสมควร  จนลูกจ้างต้องรับภาระมากกว่าที่ควรจะเป็น  ศาลมีอำนาจที่จะปรับลดข้อตกลงให้เป็นธรรมแก่คู่กรณีได้  ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5