แม้ลูกจ้างถูกอัยการฟ้องและมีคำขอให้ใช้ราคาทรัพย์แล้วยังถูกนายจ้างฟ้องเรียกค่าเสียหายได้อีก

                    คำฟ้องคดีอาญาดังกล่าวนั้นแม้จะถือว่าเป็นการขอให้ลูกจ้างใช้ราคาทรัพย์แทนผู้เสียหายตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา  43 ก็ตาม  แต่ก็เป็นกรณีที่ความเสียหายนั้นเนื่องมาจากกระทำผิดอาญาเท่านั้น   ส่วนคดีที่นายจ้างฟ้องว่า ลูกจ้างทำให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ที่ผู้เสียหายใช้สิทธิเรียกร้องได้ทั้งสองทางคือในมูลละเมิดและในมูลแห่งสัญญาจ้างแรงงานที่มีต่อกันอยู่ ในคดีอาญาดังกล่าวกับคดีนี้ถึงแม้คำขอบังคับจะมีลักษณะเป็นอย่างเดียวกันคือขอให้ลูกจ้างใช้ค่าเสียหาย   แต่ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาที่พนักงานอัยการขอบังคับในส่วนแพ่งนั้นมาจากข้ออ้างเนื่องจากการกระทำผิดทางอาญาอันเป็นการเรียกร้องในมูลหนี้ละเมิด แต่คดีนี้มีที่มาจากมูลสัญญาจ้างแรงงาน เมื่อมูลหนี้ในคำฟ้องของทั้งสองคดีเป็นคนละอย่างเช่นนี้ ประเด็นที่วินิจฉัยจึงมิใช่ประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันอันจะเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148  ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีการพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31  ฟ้องของนายจ้างเกี่ยวกับลูกจ้างจึงไม่เป็นการฟ้องซ้ำ

หมายเหตุ ย่อมาจากคำพิพากษาฎีกาที่ 824/2548 โดยบริษัทมิราเคิล คอนซัลแทนท์ จำกัด