การขอให้ศาลรอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษในคดีอาญา จะมีกรณีไหนได้บ้าง?

ในคดีความผิดซึ่งศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี  ถ้าจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน   หรือได้รับโทษจำคุกมาก่อน     แต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท  หรือเป็นความผิดลหุโทษ  หรือเป็นโทษจำคุกที่ศาลในต่างประเทศพิพากษา 

                 เมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ  ประวัติ   ความประพฤติสติปัญญา   การศึกษาอบรม   สุขภาพ  ภาวะทางจิต  นิสัยอาชีพ   และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น  หรือสภาพความผิด  หรือเหตุอื่นอันควรปราณีแล้ว   ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดแต่รอการลงโทษไว้  หรือรอการกำหนดโทษจำเลยก็ได้     ตามประมวลกฎหมายอาญา   มาตรา 56    อันเป็นผลดีแก่จำเลยที่จะไม่ต้องรับโทษจำคุก   โดยศาลจะสั่งปล่อยตัวไปเพื่อให้มีโอกาสได้กลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด  โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติตลอดระยะเวลาดังกล่าวด้วย  และหรือให้บำเพ็ญประโยชน์สาธารณะก็ได้   โดยจำเลยต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ

                                                                                                                        

ต้องเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง?

จำเลยที่ประสงค์ขอให้ศาลรอการลงโทษ  หรือรอการกำหนดโทษ  ควรเตรียมหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวกับอายุ  ประวัติ  ความประพฤติ การศึกษา ฯลฯ  ที่มีอยู่มาให้พร้อมและยื่นต่อศาลเพื่อประกอบการใช้ดุลยพินิจของศาล  เช่น เรื่องอายุ  จำเลยก็ควรเตรียมสูติบัตร   หรือสำเนาทะเบียนบ้าน  บัตรประชาชนมาแสดง   ถ้าเป็นนักเรียนก็ควรมีใบรับรองจากโรงเรียนว่ากำลังศึกษาอยู่  รับรองจากอาจารย์หรือครูว่าเป็นนักเรียนเรียนดีหรือมีความประพฤติเรียบร้อยมาแสดง  หากเป็นข้าราชการ   พนักงาน  ลูกจ้างก็ควรมีคำรับรองจากผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้าง

 ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย  จะช่วยลดหย่อนโทษได้ไหม?

         กรณีที่มีการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ก็ถือได้ว่าจำเลยลุแก่โทษและพยายามเยี่ยวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น    เป็นเหตุหนึ่งที่ศาลใช้ดุลยพินิจให้รอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษหรือลดหย่อนโทษได้

  จำเลยก็ควรนำตัวผู้เสียหายมาแถลงต่อศาลด้วย  หากไม่สามารถพาผู้เสียหายมายังศาลได้จริงๆ    ก็ควรมีบันทึกข้อตกลงเรื่องค่าเสียหาย  ซึ่งพนักงานสอบสวนทำไว้หรือให้พนักงานอัยการโจทก์รับรองว่าได้มีการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายไปจริง