การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ลูกจ้างมีสิทธิฟ้องเรียกอะไรได้บ้าง

                       

                 การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม    หมายถึง  การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร    หรือเลิกจ้างโดยไม่มีกฎหมายกำหนดให้เลิกจ้างได้

           เมื่อนายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างลูกจ้างได้ แม้ว่าลูกจ้างไม่ได้กระทำผิดต่อนายจ้าง  แต่นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ดังนี้

           1.  ต้องบอกกล่าวเลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบเมื่อจะถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างเพื่อให้มีผลเลิกจ้างเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้า   แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกิน 3 เดือน  หรือนายจ้างอาจให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีโดยยอมจ่ายค่าจ้างล่วงหน้าก็ได้

           2.   ต้องจ่ายค่าชดเชยจากการถูกเลิกจ้าง โดยมีอัตราดังต่อไปนี้     

                      อายุการทำงาน                                เงินค่าชดเชยที่มีสิทธิได้รับ     

                      120 วัน 1 ปี                                                 30  วันทำงาน        

                            1 ปี 3 ปี                                                 90  วันทำงาน       

                            3 ปี 6 ปี                                                180 วันทำงาน       

                            6 ปี 10 ปี                                              240 วันทำงาน 

                                ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป                                        300 วันทำงาน

              3. อาจจ่ายค่าชดใช้ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจำนวนหนึ่ง โดยคำนึงถึงระยะเวลาการทำงาน , อายุ , ความเดือนร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 49            

                  แต่อย่างไรก็ตามนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างและเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า   ซึ่งเลิกจ้างในกรณีดังต่อไปนี้

             1.   ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

             2.   จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

             3.   ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

            4.  ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม  และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน     หนังสือตักเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด    

       5.  ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร

           6.  ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ(คือ จำคุกไม่เกิน 1เดือน ปรับไม่เกิน 1,000บาท)                          

              เมื่อถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมสิทธิของลูกจ้าง สามารถเลือกปฏิบัติได้ 2 อย่าง อย่างใดอย่าง     หนึ่ง ดังต่อไปนี้

                      1. ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน  โดยต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด และในเขตกรุงเทพ ยื่นได้ที่กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน   

                       เมื่อได้รับคำร้องแล้วพนักงานตรวจแรงงานก็จะเรียกนายจ้างและลูกจ้างมาสอบข้อเท็จจริง และทำการวินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่  เมื่อมีคำสั่งออกมาลูกจ้างไม่เห็นชอบด้วยก็ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่ง พนักงานตรวจแรงงาน ต่ออธิบดีกระทรวงแรงงานและหากลูกจ้างยังไม่พอใจก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลแรงงานให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานได้

                       2.   ยื่นฟ้องโดยตรงต่อศาลแรงงาน

  ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องขอท้ายคำร้องหรือท้ายฟ้องดังต่อไปนี้

                1.ขอให้นายจ้างรับกลับเข้าทำงาน  ในตำแหน่งเดิมและสภาพการจ้างอย่างเดิม โดย  

                - เรียกค่าจ้างที่ขาดไปจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จนกว่าจะรับกลับเข้าทำงาน  

                        -  ดอกเบี้ย

                     2.กรณีไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้    

                       - เรียกค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า    

                       - เรียกค่าชดเชยการเลิกจ้าง    

                       - เรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

                       - ดอกเบี้ย

 

              คำแนะนำ     สิทธิตามกฎหมายดังกล่าวอาจไม่สามารถใช้ได้กับทุกกรณี  ต้องพิจารณาดูสัญญาจ้างหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือสภาพการจ้างรายบุคคลก่อนหรืออาจมีพฤติการณ์พิเศษ    ดังนั้นเพื่อความถูกต้องกรุณาติดต่อหรือปรึกษากับทนายความอีกครั้ง