การเลิกสัญญาจ้าง ทำอย่างไรจึงจะถูกต้องตามกฎหมาย

1)  การบอกเลิกสัญญาจ้าง แบ่งออกเป็น 2  แบบ

    1.    สัญญาจ้างไม่ได้กำหนดระยะเวลาการจ้างไว้

   2.    สัญญาจ้างกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้

           กรณีที่ 1. สัญญาจ้างไม่ได้กำหนดระยะเวลาจ้างไว้

                การบอกเลิกจ้างทำได้โดย

             ·    นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ  ในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้าง

            ผล  เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป  แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน

             ·       กรณีนายจ้างต้องการเลิกจ้างทันที นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ลุกจ้าง

             ·       นายจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างตามมาตรา118 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงาน 2541

          กรณีที่ 2. สัญญาจ้างกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้

        สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้าง โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

2)  หนังสือบอกเลิกจ้างต้องระบุเหตุแห่งการเลิกจ้าง

            ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาจ้าง  ถ้านายจ้างไม่ระบุเหตุผลไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญา นายจ้างจะยกเหตุตามมาตรา 119ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ขึ้นมาอ้างในภายหลังไม่ได้ ( ข้อจำกัดนี้อยู่แต่เฉพาะในเรื่องการฟ้องเรียกค่าชดเชย  ไม่รวมถึงการฟ้องเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและเรื่องค่าเสียหาย )

3)  การบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ใช้บังคับแก่เลิกจ้างตามมาตรา 119  พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงาน 2541 ซึ่งเป็นกรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างในกรณีดังต่อไปนี้

           ·       ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่  หรือ กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

           ·       ลูกจ้างจงใจให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

           ·       ลูกจ้างประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

           ·    ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน

                ( หนังสือเตือนให้มีผลบังคับไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำความผิด )

           ·       ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุอันสมควร

          ·       ลูกจ้างได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ กระทำโดยประมาท หรือ ลหุโทษ