ก่อนเลิกจ้างลูกจ้าง นายจ้างได้ทำตามขั้นตอน ไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่ได้กลั่นแกล้งลูกจ้างแต่เป็นเพราะคำสั่งซื้อสินค้าลดลง

          ก่อนเลิกจ้างลูกจ้าง นายจ้างได้ทำตามขั้นตอน ไม่ได้เลือกปฏิบัติไม่ได้ กลั่นแกล้ง ลูกจ้างแต่เป็นเพราะคำสั่งซื้อสินค้าลดลง จึงต้องเลิกจ้างลูกจ้างเพื่อลดค่าใช้จ่าย และไปอยู่ในฐานะของนายจ้างจะทำได้หรือไม่ ?

  คำพิพากษาฎีกา ที่ 1256 – 1259 / 2549

     “การวินิจฉัยว่า การเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522  มาตรา 49 หรือไม่นั้น      จะต้องพิจารณาว่ามีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ และเหตุดังกล่าวเพียงพอแก่การเลิกจ้างหรือไม่เป็นสำคัญ

      คดีนี้จำเลยอ้างเหตุแห่งการเลิกจ้างว่า เป็นเพราะคำสั่งซื้อสินค้าลดลง เพื่อพยุงฐานะของจำเลยจึงจำต้องเลิกจ้างพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายเท่านั้น    ซึ่งข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่างานของจำเลยได้ลดน้อยลงมากหรือประสบกับการขาดทุนจนถึงขนาดต้องลดรายจ่ายโดยลดจำนวนพนักงานลง และยุบงานบางแผนกเพื่อพยุงฐานะของจำเลยให้อยู่รอด   แม้การเลิกจ้างของจำเลยได้กระทำตามขั้นตอนโดยมีคณะกรรมการพิจารณา   มิได้เลือกปฏิบัติหรือกลั่นแกล้งโจทก์ทั้งหกก็ตาม   แต่การประกอบกิจการของจำเลยในปีที่มีการเลิกจ้างโจทก์ทั้งหกและปีต่อมายังคงมีกำไรสุทธิโดยเฉลี่ยปีละ ประมาณ 1,500 บาท   และการที่ภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไปในขณะนั้นไม่ดีนัก    ข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏอย่างชัดเจนว่า  แนวโน้มในการดำเนินธุรกิจของจำเลยในปีต่อๆไปจะต้องประสบภาวะวิกฤตจนถึงขั้นไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้หากไม่แก้ไขจัดการโดยวิธียุบหน่วยงาน บางแผนกและเลิกจ้างโจทก์ทั้งหกเสียแต่ต้น  

     ดังที่จำเลยอุทธรณ์ ที่ศาลแรงงานกลาง นำเฉพาะผลกำไรจากการดำเนินกิจการของจำเลยแต่เพียงประการเดียวมาวินิจฉัยถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมก็ไม่ทำให้ผลแห่งคำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไป ”