" ฎีกาแรงงานเรื่องข้อตกลงต่างๆระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างที่เป็นเหตุให้สงสัยว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่"
ย่อคำพิพากษาฎีกาคดีแรงงาน
หัวเรื่อง นายจ้างทำสัญญากับลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยตกลงว่า หากลูกจ้างตั้งครรภ์ ให้ถือว่าลูกจ้างได้บอกเลิกสัญญาจ้างเอง ข้อตกลงดังกล่าวจะใช้ได้หรือไม่ย่อคำพิพากษาฎีกาที่ 1394/2549
" สัญญาจ้างพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่ว่าภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันเริ่มสัญญา หากพนักงานตั้งครรภ์ให้ถือว่า พนักงานได้บอกเลิกสัญญานี้แล้ว ตกเป็นโมฆะ เพราะขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การใช้แรงงานเป็นไปอย่างเป็นธรรมและคุ้มครอง ลูกจ้างไม่ให้ถูกเอาเปรียบเป็นกฎหมาย อันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน พระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา 43 บัญญัติว่า ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นหญิง เพราะเหตุมีครรภ์ ข้อตกลงระหว่างโจทก์และพนักงาน(ลูกจ้าง)ตามสัญญาจ้างพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่กำหนดว่า ภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันเริ่มสัญญา หากพนักงาน(ลูกจ้าง)ตั้งครรภ์ให้ถือว่า พนักงาน(ลูกจ้าง)ได้บอกเลิกสัญญาเป็นข้อตกลงที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกับข้อตกลงในเรื่องสภาพการจ้าง การสิ้นสุดสัญญาและการตั้งครรภ์ตามสัญญาดังกล่าว ซึ่งสรุปได้ว่า คู่สัญญา ทั้งสองฝ่ายเข้าใจและยอมรับว่าการปฎิบัติงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินมีลักษณะเป็นการเฉพาะ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตัวเกี่ยวกับภาษาที่ใช้ มีบุคลิกภาพที่ดีและสุภาพสมบูรณ์ สามารถปฎิบัติงาน บนเครื่องบินขณะทำการบินได้ตามหลักเกณฑ์ที่โจทก์กำหนด และไม่ถูกจำกัดทางเวชศาสตร์การบิน ซึ่งต้องได้รับการศึกษาอบรม การทดสอบและการตรวจร่างกายตามระยะเวลาที่โจทก์กำหนด พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจำเป็นต้องมีสภาพร่างกายที่พร้อมจะเข้ารับการฝึกอบรมและปฎิบัติงานเพื่อเพิ่มพูนความสามารถและประสบการณ์ในช่วงระยะเวลา 2 ปีแรกของการปฎิบัติงาน การตั้งครรภ์ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการปฎิบัติงาน การตั้งครรภ์เป็นข้อหนึ่งของสัญญาจ้าง ซึ่งกำหนดว่า เมื่อพนักงาน(ลูกจ้าง)ได้กระทำผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ คำสั่งต่างๆ ที่กล่าวไว้ในข้อ 2 กรณีร้ายแรง ในสัญญาจ้างสิ้นสุดลง และข้อตกลงในข้อที่กำหนดว่า ภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันเริ่มสัญญา หากพนักงาน(ลูกจ้าง)ตั้งครรภ์ให้ถือว่าพนักงาน(ลูกจ้าง)ได้บอกเลิกสัญญานั้น มีข้อความต่อไปอีกด้วยว่า โดยให้สัญญาสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งวินิจฉัยหรือเมื่อเห็นได้ชัดว่าพนักงาน(ลูกจ้าง)ตั้งครรภ์ จึงเห็นได้ว่าข้อตกลง ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีผลเป็นการเลิกจ้างเพราะพนักงาน(ลูกจ้าง)มีครรภ์ อันขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 43 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150
ค่าชั่วโมงบินเป็นค้าจ้างหรือไม่ เห็นว่าข้อเท็จจริงปรากฎว่าการปฎิบัติงาน บนเครื่องบินเป็นการทำงานในเวลาทำงานปกติของพนักงาน(ลูกจ้าง) แม้ค่าชั่วโมงบินที่พนักงาน(ลูกจ้าง)ได้รับในแต่ละเดือนจะมีจำนวนไม่แน่นอนและไม่เท่ากันแต่โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างก็จ่ายค่าชั่วโมงบินให้แก่นางสาวสาวิตรีเมื่อมีการปฎิบัติงานบนเครื่องบินในแต่ละเดือนทุกเดือน ตามอัตราที่คำนวณจากเวลาที่ได้ปฎิบัติงานบนเครื่องบิน ค่าชั่วโมงบินดังกล่าวจึงเป็นเงินที่โจทก์จ่ายให้เป็นการตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายชั่วโมงของวันทำงาน จึงเป็น ค่าจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5"
- 1517 reads