ทำอย่างไรเมื่อท่านได้รับหมายเรียกเป็นพยาน
ตรวจหมายเสียก่อน
1. ควรตรวจดูรายละเอียดในหมายเรียกว่า หมายเรียกถึงใคร ศาลที่ได้ออกหมายศาลนั้นอยู่ที่ไหน เพราะว่าในกรุงเทพและบางจังหวัดมีด้วยกันหมายศาล จะได้ไปไม่ผิดศาลและเสียเวลาหากไม่รู้ว่าศาลนั้นตั้งอยู่ที่ไหน ให้โทรศัพท์สอบถามได้จากประชาสัมพันธ์ศาล ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุไว้ในหมายเรียกนั้น
2. ตรวจดูในหมายเรียกว่า ศาลนัดให้ไปเบิกความเป็นพยานใน วัน เดือน ปีใด เวลาใด โดยปกติศาลนัดเช้าเวลา 09.00 นาฬิกา หรือ นัดบ่าย 13.30 นาฬิกา
3. กรณีพยานย้ายที่อยู่ ศาลจะส่งประเด็นไปสืบพยานยังศาลที่พยานมีถูมิลำเนาอยู่ พยานไม่ต้องเดินทางไปศาลซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ
เตรียมตัวให้พร้อม
ในหมายเรียกจะระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ใดเป็นโจทก์ผู้ใดเป็นจำเลย พยานควรรื้อฟื้นความจำว่า เข้าไปเกี่ยวข้องกับคู่ความในคดีนั้อย่างไร เมื่อถูกทนายความซักถามจะสามารถตอบได้ตรงคำถามไม่เสียเวลา
ไปศาลตามวันเวลานัด
ต้องไปศาลตรงตามเวลานัด หากถึงเวลานัดแล้วพยานยังไม่ไปการสืบพยานไม่พร้อม ศาลอาจมีคำสั่งเลื่อนการสืบพยานไปเป็นวันอื่น พยานจะต้องไปใหม่ ทำให้เสียเวลามากยิ่งขึ้น ในบริเวณศาลห้ามพกพาอาวุธ ดื่มสุราหรือของมึนเมาและสิ่งเสพติด มิฉะนั้นจะมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้
หากไปศาลไม่ได้ควรทำอย่างไร
พยานที่ได้รับหมายเรียกแล้ว หากมีความจำเป็นเพราะเจ็บป่วยหรือมีเหตุขัดข้องจำเป็นประการอื่น ควรรีบแจ้งให้ศาลทราบก่อนวันนัด โดยแจ้งเป็นหนังสือหรือพบประชาสัมพันธ์ศาลหรืออาจมอบฉันทะให้ผู้อื่นไปแจ้งให้ศาลทราบก็ได้ มิฉะนั้นจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานขัดขืนหมายหรือคำสั่งศาลให้มาเบิกความและศาลจะออกหมายจับเอาตัวมาขังไว้ก่อนจนกว่าจะได้เบิกความก็ได้
หาห้องพิจารณาและรอพร้อมเบิกความ
เมื่อเข้าห้องพิจารณาคดีก่อนเบิกความต้องปฎิญาณหรือสาบานตน
เว้นแต่ 1.บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปีหรือผู้หย่อนความรู้สึกผิดและชอบ
2.ภิกษุและสามเณรในพุทธศาสนา
3.บุคคลที่คู่ความทั้งสองฝ่าย ตกลงกันว่าไม่ต้องให้สาบาน
ต่อจากนั้นก็จะเป็นการถามพยานโดยศาลและทนายความของคู่ความทั้งสองฝ่าย
คำถามซึ่งใช้ถามพยาน
กฎหมายห้ามคู่ความและทนายความไม่ว่าฝ่ายใดถามพยานด้วยคำถามที่ไม่เกี่ยวกับต้องรับโทษทางอาญา หรือคำถามที่เป็นการหมิ่นประมาท พยานมีสิทธิแถลงต่อศาลของดตอบคำถามทำนองดังกล่าวได้ การอนุญาตให้งดตอบคำถาม หรือไม่ เป็นดุลยพินิจของศาล
วิธีการเบิกความ
พยานต้องเบิกความด้วยวาจา ห้ามอ่านข้อความที่จดหรือเขียนมา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
เมื่อเบิกความเสร็จ พยานต้องลงลายมือไว้ในคำพยานที่ศาลบันทึก หรือพิมพ์ลายนิ้วมือ หรือศาลอ่านคำให้การของพยานที่บันทึกไว้ให้ฟัง พยานจะต้องฟังว่าศาลบันทึกถูกต้องตรงกับที่ให้การไว้หรือไม่ หากเห็นว่าไม่ถูกต้อง หรือขาดหายไปบางตอนจะต้องรีบแถลงให้ศาลทราบทันทีเพื่อให้ศาลแก้ไข
กรณีที่มีการเลื่อนการสืบพยาน หากเจ้าหน้าที่ศาลให้พยานลงชื่งรับทราบวันเวลานัดครั้งต่อไปแล้วศาลจะไม่ออกหมายเรียกพยานไปอีก โดยถือว่าพยานได้ทราบวันเวลานัดของศาลแล้ว
ค่าตอบแทน ค่าพาหนะและค่าป่วยการพยาน
คดีแพ่ง ไม่ว่าพยานโจทก์หรือพยานจำเลยจะได้รับค่าพาหนะและค่าป่วยการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยศาลเป็นผู้ออกคำสั่งให้ฝ่ายที่อ้างพยานเป็นผู้จ่าย
คดีอาญา พยานโจทก์ทั้งในกรณีพนักงานอัยการเป็นโจทก์และคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ถ้าเป็นคดีอาญาแผ่นดิน(ยอมความไม่ได้) พยานมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามระเบียบ
แต่ถ้าเป็นคดีความผิดส่วนตัว(ยอมความได้)เฉพาะกรณีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์เท่านั้น และเฉพาะที่เป็นพยานโจทก์จะมีสิทธิได้รับค่าตอบแทน ส่วนกรณีราษฎรเป็นโจทก์ ศาลจะใช้ดุลยพินิจจ่ายค่าตอบแทนหรือไม่ก็ได้
พยานจำเลย ทั้งในคดีความผิดต่าส่วนตัวและความผิดอาญาแผ่นดิน ไม่ว่าผู้เสียหายหรือพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลเป็นผู้กำหนดค่าตอบแทนหรือไม่ก็ได้
อัตราค่าตอบแทนพยาน
ถ้าไปเป็นพยานต่อศาลในจังหวัดเดียวกันที่พยานพักอาศัยศาลจะจ่ายค่าตอบแทนให้ 200 บาท ถ้าไปเป็นพยานต่อศาลต่างจังหวัด ศาลจะจ่ายค่าตอบแทน 500 บาท และพยานที่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนนั้นจะต้องเป็นกรณีที่พยานได้เบิกความต่อศาลแล้วและได้ให้ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อคดีด้วย
ข้อควรระวัง
พยานผู้เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ก็มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าเป็นการเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีและปรับไม่เกิน 14,000 บาท
- 3543 reads