เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
Submitted by pete6967 on 2 March, 2010 - 09:02.
เรียน ท่านผู้บริหารที่นับถือ
ข้าพเจ้าขอคำปรึกษาเรื่องการไล่ออกพนักงานบริษัทว่าทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ดังนี้
ข้าพเจ้าเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง มีหน้าที่จัดซื้อพัสดุ อุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงานที่จำเป็นต่อการทำงาน มีอยุ่ครั้งหนึ่ง ไปซื้อสินค้าเข้าบริษัทที่ห้างโลตัส เงินสดไม่พอ ข้าพเจ้าจึงใช้บัตรเครดิตของข้าพเจ้าจ่ายไปก่อน พนักงานขายโลตัสได้ถามรหัสสะสมแต้มคะแนน จึงได้บอกรหัสของตัวเองให้ไป เพราะบริษัทไม่มีรหัสสะสมแต้มเช่นนี้
ต่อมา บริษัทแจ้งว่า ข้าพเจ้ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้บริษัทเสียหาย จะหาเหตุไลข้าพเจ้าออกจากงาน โดยให้เซ็นชื่อรับว่าได้ทำผิดจริง ข้าพเจ้าไม่ยอมเซ็น บริษัทได้ย้ายให้ไปอยู่แผนกอื่น บริษัทได้สั่งพักงานข้าพเจ้า 2-3 วัน และให้เซ็นรับว่าถูกย้ายงาน ซึ่งระหว่างนี้ คาดว่าจะหาหลักฐานเพื่อไล่ข้าพเจ้าออก โดยไม่จ่ายเงินชดเชย หรือผลประโยชน์ที่ควรได้
ขอเรียนถามว่า
1. บริษัทกล่าวหาข้าพเจ้าว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนได้หรือไม่
2. บริษัทสามารถไล่ข้าพเจ้าออก โดยไม่จ่ายค่าตอบแทนตามกฎหมายได้จริงหรือไม่
3. ขอคำแนะนำว่า ข้าพเจ้าควรต่อสู้ป้องกันสิทธิของตัวเองได้อย่างไร เช่น การฟ้องศาลแรงงาน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดให้คำปรึกษาโดยเร็วด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง
จาก นายพีท
อย่างแรกท่านต้องดูที่ระเบียบข้อบังคับของนายจ้างก่อนว่ากรณีใดบ้างที่กำหนดไว้ว่ามีความผิด แล้วมีบทลงโทษอย่างไร แล้วกรณีของท่านนั้นถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงที่สามารถเลิกจ้างได้ทันทีหรือไม่ หากนายจ้างอ้างว่าท่านมีผลประโยชน์ทับซ้อนทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายนั้น ในชั้นศาลนายจ้างก็ต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าลูกจ้างมีความผิด ศาลก็จะชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่าเลิกจ้างชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากเป็นความผิดร้ายแรงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 นายจ้างก็สามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ้างค่าชดเชย ส่วนกรณีใดที่จะถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงนั้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 บัญญัติไว้ 6 กรณี คือ
(1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
(2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
(3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับวามเสียหายอย่างร้ายแรง
(4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน
หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด
(5) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร
(6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ในกรณี (6) ถ้าเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษต้อง เป็นกรณีที่เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
ส่วนกรณีของท่านนั้นต้องดูที่ระเบียบข้อบังคับของนายจ้างคงจะไม่สามารถฟันธงลงไปได้ว่ากรณีใดถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงที่นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องตักเตือน ต้องดูที่พฤติการณ์และความเสียหายที่นายจ้างได้รับเป็นกรณีๆไป
ท่านจะใช้สิทธิทางศาลได้ต่อเมื่อนายจ้างเลิกจ้างท่านและท่านเห็นว่าเป็นการเลิกจ้างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนการย้ายงานย้ายตำแหน่งนั้นหากไม่เป็นการลดตำแหน่งนายจ้างมีสิทธิที่จะทำได้โดยถือว่าเป็นอำนาจบังคับบัญชาของนายจ้าง